แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แหล่งท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แหล่งท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

พระธาตุหลวง : ประเทศลาว



พระธาตุหลวงหรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณี นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่างแยกไม่ออก สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปพระธาตุหลวงเป็นภาพประธานในดวงตรา

พระธาตุหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประตูชัย พระธาตุหลวงแห่งนี้ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว เป็นสัญญาลักษณ์ประจำชาติและยังแทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของประเทศลาวอีกด้วย พระธาตุนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 พระธาตุองค์นี้มีรูปทรงที่ไม่เหมือนกับองค์อื่นๆ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนากับสถาปัตยกรรมของอาณาจักร 

ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุองค์นี้ได้สร้างในสมัยพุทธศักราชที่ 236 โดยมีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูปเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย และได้อันเชิญพระอุรังคธาตุ (พระธาตุหัวอกพระพุทธเจ้า) ของพระพุทธเจ้ามายังนครเวียงจันทน์ด้วย ต่อมาด้ำกราบทูลพระยาจันทบุรีประสิทธิ์ศักดิ์ เจ้านครเวียงจันทน์ในสมัยนั้น ให้สร้างพระธาตุหลวงขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเพื่อให้ชาวลาวได้กราบไหว้ กล่าวไว้ว่า พระธาตุองค์เดิมนั้นสร้างด้วยหินเป็นทรงโอคว่ำ มีการก่อกำแพงล้อมรอบเอาไว้ทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีความกว้าง 10 เมตร หนา 4 เมตร และสูง 9 เมตร เชื่อกันว่าพระธาตุที่เห็นในปัจจุบันสร้างครอบองค์เดิม ซึ่งต่อมาสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างจากหลวงพระบางมาอยู่ที่เวียงจันทน์ ตามดำริของพระราชบิดา คือพระเจ้าโพธิสาร จากนั้นทรงมีพระบัญชา ให้ทรงสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ ณ บริเวณที่เคยเป็นเทวสถานเก่าของขอมโดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2109 และหลังจากสร้างพระธาตุหลวงได้โปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นล้อมรอบพระธาตุไว้ทั้งสี่ทิศด้วย แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองแห่งด้วยกันคือ วัดพระธาตุหลวงเหนือและวัดพระธาตุหลวงใต้

ในปัจจุบัน พระธาตุหลวงมีลักษณะคล้ายป้อมปราการ เพราะมีการสร้างระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมรอบองค์พระธาตุไว้ พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆเอาไว้โดยตลอด สำหรับประตูทางเข้านั้นเป็นประตูไม้บานใหญ่ ลงรักสีแดงไว้ทั้งหมด นอกจากนี้รอบๆองค์พระธาตุใหญ่ยังมีเจดีย์บริวารล้อมรอบอยู่โดยรอบอีกหลายองค์ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นสัญลักษณ์หนึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาแห่งนี้ปรากฏอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแกะสลักพญานาค พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ และถัดจากประตูทางเข้าใหญ่ประมาณ 100 เมตรจะแลเห็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่บนฐานสูง พระหัตถ์ทรงถือพระแสงดาบวางพาดไว้บนพระเพลา เล่ากันว่า พระแสงดาบเล่มนี้ทำหน้าที่ปกป้องพระธาตุหลวงซึ่งได้ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวลาวทุกคน
  


วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

แหล่งท่องเที่ยว ประเทศบูรไน


            ประเทศบูรไน บูรไนเป็นอีกประเทศที่น่าท่องเที่ยวในเอเซียใต้ บรูไนประเทศที่ร่ำรวยอีกประเทศหนึ่ง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีน้ำมันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญก้าวหน้ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน
บรูไนมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ดังต่อไปนี้
เมืองบินบันดาร์ เสรี เบกาวันชมน้ำพุเต้นระบำ อันงดงาม ที่มีความสูงถึง 18 เมตร พร้อมกับอนุสาวรีย์แก้วเจียระไนเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลกเกาะลาบวนสวนสันติภาพ ที่สร้างขึ้นเพื่อ ให้เห็นถึงความสันติ มิควรมีสงคราม , สุสานทหารสัมพันธมิตร ที่ทุกปีจะมีงานรำลึก , พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ การจัดแสดงได้อย่างเหมาะสม
สวนนกหายากของ เกาะบอร์เนียว ในกรงขนาดใหญ่ ที่ให้อิสระแก่เหล่าสัตว์ต่างๆ
กัมปงไอเยอร์ หมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมศิลปะการสร้างบ้านเรือนนับพันบริเวณปากแม่น้ำบรูไน และการคมนาคมอันแปลกตา ชาวยุโรปใรยุคแรกที่เข้ามาที่บรูไน เรียกขานหมู่บ้านกลางน้ำนี้ว่า เวนิซแห่งตะวันออก
มีบ้านแบบพื้นเมืองปลูกสร้างไว้มากมาย หมู่บ้านกลางน้ำนี้ก็มีสาธารณูปโภคครบครัน ทั้งโรงเรียน สถานีอนามัย สถานีตำรวจ ร้านค้า และอีกจิปาถะที่ทำให้กัมปงไอเยอร์มี่ เสน่ห์และน่าพิสมัยต่อสายตาของผู้มาพบเห็น 
ชมบรูไนมิวเซียม ภายในแยกส่วนจัดแสดงเป็น 5 ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือ Islamic Arts Gallery ที่รวบรวมของสะสมโบราณล้ำค่า ขององค์สุลต่านจากประเทศมุสลิมทั่วโลก
 มาแสดงไว้มากมาย , คัมภีร์อัลกุระอ่านขนาดเล็กที่สุดในโลก , หุ่นจำลองวัฒนธรรมประเพณ ีของชาวบรูไนตั้งแต่แรกเกิด การแต่งงานฯ

     อีกห้องที่พลาดไม่ได้คือห้องที่รวบรวมประวัติการค้นพบน้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาลที่พลิกโฉมบรูไน ให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ชมแบบ จำลองขบวนการผลิต แท่นขุดเจาะน้ำมันในยุคแรกๆ 
มัสยิคทองคำ Jame Ar' Hassanil Bolkiah Mosque มัสยิคที่สง่างาม ศักดิ์สิทธิ์ ใช้งบประมาณในการสร้างมหาศาล วัสดุการก่อสร้าง ของตกแต่งจากทุกมุมโลก แชนเด อเลียร์ทองคำแท้จากออสเตรียขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หินอ่อนจากอิตาลี แกรนิตจากเซี่ยงไฮ้ กระจกจากอังกฤษ พรมชั้นหนึ่งจากเบลเยี่ยม ใช้เวลาถึง 7 ปีในการสร้าง
 
พระราชวังหลังคาทองคำ อิสตาน่า นูรูล อิมาน ที่ประทับขององค์สุลต่างและพระราชวงค์ อีกทั้งยังเป็น ทำเนียบรัฐบาล มีห้องต่างๆ ถึง 1,788 ห้อง โรงจอดรถมากกว่า 350 คัน พอได้เวลาอันสมควร พิพิธภัณฑ์โรยัลเรกกาเลีย ที่ซึ่งรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ขององค์สุลต่านองค์ปัจจุบัน อาทิ เครื่องทรงทองคำ ณ วันที่ขึ้นครองราชย์ มงกุฏทองคำ เครื่องราชย์ต่างๆ เครื่อง บรรณาการจากผู้นำประเทศต่างๆมัสยิคโอมาร์ อาลี ไซฟูดดิน มัสยิคหลังนี้ออกแบบโดย สุลต่านองค์ที่ 28 พระบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน มัสยิคนี้มีความงดงามจนได้ชื่อว่า มินิทัชมาฮาล 

ที่มา 
www.travelyouthailand.com 

ประเทศลาว

ธงชาติ
ตราแผ่นดิน
แผนที่
แผนที่ประเทศลาว
ข้อเท็จจริงในลาว 
ลาว
คน 'สาธารณรัฐประชาธิปไตยลาวตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอินโดจีนได้ร่วมกันพรมแดนกับจีนภาคเหนือ 416 กิโลเมตรพม่ากับตะวันตกเฉียงเหนือ 236 กิโลเมตรประเทศไทยไปตะวันตก 1,835 กิโลเมตรกัมพูชาไปใต้ 492 กิโลเมตรและเวียดนามไปตะวันออก 1,957 กิโลเมตร.

มีพื้นที่รวม 236,800 ตารางกิโลเมตรประมาณ 70% ของพื้นที่ประเทศลาว 'เป็นภูเขาถึงการยกระดับสูงสุด 2,820 เมตร Xieng Khouang Province. Landscapes ของภาคเหนือของลาวและพื้นที่ที่ติดกับเวียดนามโดยเฉพาะอย่างยิ่งมี dominated โดยภูเขาหยาบ.
แม่น้ำโขงเป็นคุณลักษณะทางภูมิศาสตร์หลักในตะวันตกและในความจริงแบบธรรมชาติชายแดนกับประเทศไทยในบางพื้นที่. แม่น้ำโขงไหลผ่านเกือบ 1,900 กิโลเมตรของพื้นที่และรูปทรงลาวมากของวิถีชีวิตของชาวลาว. ในภาคใต้แม่น้ำโขงกว้างถึง 20 กิโลเมตรสร้างพื้นที่ที่มีนับพันเกาะ.
ที่ตั้งและภูมิประเทศP.D.R. ลาวตั้งอยู่ใจกลางของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. มันตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้ง 14-23 องศาเหนือและลองจิจูด 100-108 องศาตะวันออก. มันเป็นเพียงประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยไม่สามารถไปยังทะเลยาวเหนือใต้ 1,700 กิโลเมตร.
ลาวรวมทั้งสิ้น 236,800 ตารางกิโลเมตรมีพื้นที่ตัวสามพื้นที่ที่แตกต่าง - ภูเขา plateaus และที่ราบ. ภูเขาและ plateaus แต่งหน้าสามในสี่ของพื้นที่ทั้งหมด.
เทือกเขาสูงขึ้นไปความสูงเฉลี่ย 1,500 เมตรครองพื้นที่ภาคเหนือ. สามภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศอยู่ทั้งหมดใน Phou Ane ที่ราบสูงใน Xieng Khouang Province. พวกเขา Phou Bia ที่ 2,820 เมตร Phou Xao ที่ 2,690 เมตร Phou Xamxum ที่ 2,620 เมตร. Phou หลวง (Annamite Range) เหยียดจากตะวันออกเฉียงใต้ใน Phouane ที่ราบสูงลงมาถึงชายแดนกัมพูชา; อื่นเป็น Nakai ที่ราบสูงใน Khammouane จังหวัดและ Bolaven ที่ราบสูงในภาคใต้ของลาวซึ่งมีกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล.
พื้นที่เรียบประกอบด้วยพื้นที่เปล่าขนาดใหญ่และขนาดเล็กกระจายตามแนวแม่น้ำโขง. เวียงจันทน์ Plain, ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ถึงลดลงของน้ำงึม River. Savannakhet ล้วนตั้งอยู่ถึงลดลงของ Sebangfai แม่น้ำ Sebanghieng แม่น้ำในขณะที่ Champasack Plain ในแม่น้ำโขงเหยียดออกไปพรมแดนไทยและกัมพูชา. จำเริญด้วยดินอุดมและอุดม, ที่ราบเหล่านี้แสดงถึงเสี้ยวของพื้นที่ทั้งหมดเรียกว่า granaries ของประเทศ.

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็น criss-crossed ที่มีมากมายของแม่น้ำและลำธาร. ใหญ่ที่สุดคือแม่น้ำโขง, ไหลสำหรับ 1,898 กิโลเมตรจากเหนือไปใต้กับ 919 กิโลเมตรของแม่น้ำก่อนส่วนใหญ่ของชายแดนกับประเทศไทย. ก็คาดว่ามี 60% ของน้ำเข้าสู่ระบบแม่น้ำโขงมาในลาว. แม่น้ำลำธารเหล่านี้และให้โอกาสที่ดีสำหรับการพัฒนา hydropower กับ 51% ของศักยภาพพลังงานในอ่างโขงลดลงอยู่ในลาว.
เวลา เวลาในประเทศลาวเป็น 7 ชั่วโมงล่วงหน้าเฉลี่ยเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT +7).ภูมิอากาศที่สุดของปีที่ร้อนและชื้น. ลาว enjoys อากาศร้อนมีสองฤดูกาลที่แตกต่าง. ฤดูฝนคือตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่จะสิ้นสุดเดือนกันยายนและฤดูแล้งเป็นจากเดือนตุลาคมถึงเมษายน. อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีประมาณ 28 องศาเซลเซียสเพิ่มขึ้นไปสูงสุด 38 องศาเซลเซียสในช่วงเมษายนและพฤษภาคม.
ในเวียงจันทน์อุณหภูมิต่ำสุด 19 องศาเซลเซียสนั้นถูกคาดหวังระหว่างเดือน January. ในพื้นที่ภูเขาแต่ลดอุณหภูมิให้ต่ำเท่า 14-15 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนฤดูหนาวและในช่วงคืนเย็นสามารถเข้าถึงจุดเยือกแข็ง. ฝนตกเฉลี่ยสูงสุดในภาคใต้ของลาวที่เมา Annamite รับมากกว่า 3,000 mm. ปี. ในฝนเวียงจันทน์เกี่ยวกับ 1,500-2,000 mm. และในจังหวัดภาคเหนือเพียง 1,000-1,500 mm.
เมื่อเข้าสู่ประเทศลาว- เวลาที่ดีที่สุดไปลาวอยู่ระหว่างพฤศจิกายนและเมษายน.
- ฤดูร้อนจากมีนาคม-พฤษภาคมมากแห้งและบางโรงแม่น้ำไม่ได้.
คนและประชากร
- ประชากร: 6.2 million.
ความหนาแน่น -: 23 คน / ตารางกิโลเมตร.
- ประชากรประกอบด้วย 49 กลุ่มชาติพันธุ์ใน 4 หลักภาษาศาสตร์.
ครอบครัว
  1. ลาว-Tai ครอบครัวรวม 08 กลุ่มชาติพันธุ์: ลาว Phouthai, Tai, Lue, Gnouane, Young, Saek ไทย Neua.
  2. จันทร์เขมรครอบครัวรวม 32 กลุ่มชาติพันธุ์ที่: Khmu, สวด, Singmou, Khom, Thene, Idou, ประมูล, Lamed, Samtao, Katang, Makong, ลอง, Trieng, ท่า-oi, Yeh, Brao, Harak, Katou, Oi, Krieng, Yrou, Souai, Gnaheune, Lavy, Kabkae, เขมร, Toum, Ngouane, Meuang และ Kri.
  3. Tibeto-พม่าครอบครัวรวม 07 กลุ่มชาติพันธุ์ที่: Akha, Singsali, Lahou, ศิลา, Hayi, Lolo และ Hor.
  4. ม้งประเภท Loumien มี 02 เหล่าหลัก: ม้งและ Loumien (เย้า). หลายคนชาติพันธุ์เหล่านี้จะกระจายอยู่ทั่วประเทศแต่ละประเพณีของตนเองเอกลักษณ์วัฒนธรรมและภาษา.
ภาษา
ภาษาราชการคือลาว. ภาษาอื่นๆใช้เป็นฝรั่งเศส, อังกฤษ. จีน, ไทยและเวียดนาม.
ศาสนา
พุทธศาสนาเป็นครั้งแรกปรากฏในประเทศลาวในระหว่าง AD ศตวรรษที่แปดที่แสดงโดยทั้งพระพุทธรูปและศิลาจารึกที่พบที่บ้าน Talat ใกล้เวียงจันทร์, แสดงตอนที่ Hor Pra keo Museum. หลังจากที่มูลนิธิปึกแผ่นของราชอาณาจักร Lane Xang, King ฟะงึม (ศตวรรษที่ 14) ประกาศพุทธศาสนาเป็นศาสนาของรัฐและกระตุ้นให้คนที่ละทิ้ง Animism หรือความเชื่ออื่นๆเช่นศาสนาของผี. นโยบายของพระองค์ขึ้นเพื่อพัฒนาวัฒนธรรมลาวตามศรัทธาทั่วไป: พุทธศาสนาเถรวาท.
วันนี้เถรวาทพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ยอมรับว่าตนเองประมาณ 90% ของคนลาว. พุทธศาสนาคือคุณสมบัติโดยธรรมชาติของชีวิตประจำวันและมันได้ปลดเปลื้อง strong อิทธิพลในสังคมลาว. สาวลาวสามารถมองเห็นทุกเช้าให้ทานเพื่อพระภิกษุ, รายได้กุศลเพื่อช่วยลดจำนวน rebirths ตน. ก็คาดว่าทุกคนลาวจะออกบวชเพื่ออย่างน้อยเวลาสั้นๆในชีวิตของเขา.
ตามธรรมเนียมชายใช้เวลาสามเดือนในช่วงฤดูฝนในวัด (วัดพุทธ). วันนี้แต่; ส่วนมากของมนุษย์ลดลงอยู่ที่หนึ่งหรือสองสัปดาห์.
เยี่ยมชมและเข้าวัดเมื่อวัดไป (เรียก "วัด") คุณต้องสวม decently และเอารองเท้าของคุณก่อนเข้าอาคารศาสนา. หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อสั้นและเสื้อไม่มีแขน. จะเคารพในด้านหน้าของวัตถุในเจดีย์.
เมื่อเข้าวัดหรือบ้านส่วนตัวเป็นประเพณีลบรองเท้าตัว. ในบ้านลาวยกปิดพื้นรองเท้ามีซ้ายที่บันได. ในบ้านเก่าหนึ่งเจียงในที่นั่งต่ำหรือหมอนอิงบนพื้น. ผู้ชายมักจะนั่งขาของ crossed หรือ folded ด้านหนึ่งผู้หญิงต้องการเพียงหลัง. เมื่อป้อนแขกผู้มาพักสามารถแสดงผลหรือชา. Gestures นี้การต้อนรับไม่ควรปฏิเสธ.
ตั้งแต่หัวเป็นส่วนที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของร่างกายและ soles ของเท้าอย่างหนึ่งไม่ควรแตะต้องศีรษะของบุคคลและเท้าหนึ่งใช้เพื่อจุดที่บุคคลหรือวัตถุใดๆ. นอกจากนั้นชายและหญิงมักนิยมแสดงในที่สาธารณะ. เป็นที่ต้องห้ามสำหรับหญิงยังประสบกับพระภิกษุ.
อาหารลาวจะขึ้นอยู่กับปลาเนื้อกระบือ, หมู, ไก่และสมุนไพรโดยเฉพาะ. มีการเตรียมเอี่ยมเสมอและไม่ได้ถูกเก็บ. นอกจากข้าวเหนียวซึ่งสามารถรับประทานทั้งหวานหรือเปรี้ยวหรือดองและรับประทานมืออาหารลาวมากอุดมไปด้วยผักและ browned บ่อยในน้ำมันมะพร้าว.
ข้าวมีสารอาหารลาว. ตักเป็นจานเดิม. ประกอบด้วยเนื้อสับได้ตาม citronella, หอมและเครื่องเทศและผสมกับน้ำปลาและข้าวคั่ว. หมายถึงการชะล้างความสุข "และ" โชค ". ข้าวเหนียวเป็นหน้าที่เดียวกับซอสร้อนหรือเผ็ดปลาหรือกุ้งซอส based.
การทำอาหารลาวไม่เพียงแต่ใช้การปลูกผักผลไม้ป่าแต่บ่อยครั้งหรือผักเลือกจากป่าจะใช้เป็นดี. อาหารลาวมีรสชาติที่ไม่ซ้ำกันและบางจานสามารถเผ็ดกับชาวต่างชาติเคยยกเลิก. เสื้อผ้าในช่วงฤดูร้อนที่มกราคม-เมษายนนำเสื้อไฟในผ้าฝ้ายและผ้าลินิน, แว่นตากันแดดและหมวกปีตลอด. ครีมกันแดดและ bug repellant แนะนำยัง. เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมฤดูหนาวก็ควรนำเสื้อผ้าที่อบอุ่นเช่น sweaters และ jackets สำหรับเช้าและเย็นและมากยิ่งขึ้นดังนั้นถ้าคุณกำลังเยี่ยมชมพื้นที่ภูเขาของภาคเหนือ. จากพฤษภาคม-ตุลาคมระหว่างฤดูฝนจะดีที่สุดที่จะมีเสื้อผ้ากันน้ำ. เป็นดีที่สุดที่จะสวมรองเท้าที่ถอดออกได้ง่ายหรือแตะเมื่อไปวัด.
ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า: 220 volts.
สกุลเงิน
นอนเป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการของลาวและต่อไปนี้ธนาคาร
บันทึกกำลังในการไหลเวียน: 500; 1,000; 2,000; 5,000; 10,000; 20,000 และ 50,000 นอน.
สกุลเงินที่ดีที่สุดที่จะใช้เมื่อมีการแลกเปลี่ยนเงิน: US Dollars, ยูโรและไทยบาท. คุณสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราที่ธนาคารสนามบินหรือที่สำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ.

บัตรเครดิต
วีซ่าเป็นบ่อย. มาสเตอร์การ์ดและอเมริกันเอ็กซ์เพรสเป็นที่ยอมรับในธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดในเมือง (เช่นเวียงจันทน์และหลวงพระบาง) และในโรงแรมใหญ่ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก.
 
Courtesies ทั่วไป
คนลาวจะจริงใจเปิดและเป็นมิตรและพวกเขามีความมั่นพัฒนาของมารยาทและความเคารพ. ทุกคนปฏิบัติตามหลังผู้ที่จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น.
แบบฟอร์มที่ยอมรับโดยทั่วไปของคำทักทายในหมู่คนลาวเป็นพ.ย.. จะดำเนินการโดยวางปาล์มตัวกันในตำแหน่งของอาขยานในระดับหน้าอกแต่ไม่สัมผัสร่างกาย. สูงกว่ามือที่ยิ่งใหญ่กว่าสัญญาณของการเคารพ. กระนั้น, มือไม่ควรขึ้นเหนือระดับของจมูก. พ.ย. นี้ได้ตามคำนับเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพบุคคลในสถานะที่สูงขึ้นและอายุ. ก็ยังใช้เป็นแสดงออกของขอบคุณเสียใจหรือว่าลาดี. แต่กับคนตะวันตกเป็นที่ยอมรับไปเขย่ามือ.

ฟุตแบบฟอร์มส่วนด้อยของร่างกาย (มาก spiritually เป็นทางร่างกาย). คุณไม่ต้องแสดงหรือติดต่อบุคคลอื่นหรือวัตถุกับเท้าของคุณ.
การถ่ายภาพ
ภาพยนตร์สามารถพบได้ในร้านค้าในเมืองใหญ่ที่ยังหากคุณต้องการบริการดาวน์โหลดดิจิตอลสำหรับกล้องดิจิตอลของคุณได้อีกด้วย.
การซื้อ
ผ้าไหมและผ้าฝ้าย, วัตถุที่ทำจากไม้ (ประติมากรรมตัดออกตัวเลข) เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องมือแบบดั้งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของพรมอุดมของศิลปการลาว.

     ลักษณะภูมิอากาศ ประเทศลาวตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ลักษณะทางภูมิศาสตร์มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ตั้งแต่ภาคกลางจนถึงภาคเหนือในแขวงพงสาลีที่มีเขตแดนอยู่ติดกับประเทศจีน ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและที่ราบสูงอากาศค่อนข้างหนาวถึงหนาวจัด ส่วนทางทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นเทือกเขาและที่ราบติดกับประเทศเวียดนาม สำหรับทางตอนใต้สุดมีลักษณะเป็นเทือกเขาติดกับประเทศกัมพูชา ประกับกับที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมในทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศลาวมีลักษณะทางภูมิอากาศแบ่งออกได้ 3 ฤดู คือ
   ฤดูร้อน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนเมษายน
   ฤดูฝน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนตุลาคม
   ฤดูหนาว เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมกราคม

ศาสนา ประชาชนลาวมากกว่าร้อยละ 90 นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เหมือนกับประชาชนชาวไทยและถือปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัด อีก 10% ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์และอิสลาม โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเข้ามาเผยแพร่ในช่วงที่เข้ามาปกครองประเทศลาว
ภาษา ภาษาประจำชาติคือ ภาษาลาวมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาไทยในภาคอีสานของไทย นอกจากนี้คนลาวบางส่วนยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ดี สำหรับประชาชนชาวลาวทางตอนเหนือของประเทศสำเนียงการพูดและความหมายของคำบางคำคล้ายกับภาษาพื้นเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และเลย ทางตอนเหนือของประเทศไทย
ประชากร จากการสำรวจจำนวนประชากรในปีที่ผ่านมา (2544) ประเทศลาวมรจำนวนประชากรทั้งหมด 5.6 ล้านคน ประกอบด้วย 3 ชนชาติใหญ่รวม 68 เผ่า ได้แก่
   ลาวลุ่ม หมายถึง ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำโขง คิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด เช่น ไทลาว ไทเหนือ ไทแดง ไทขาว ผู้ไท ลาวพวน ไทลื้อ เป็นต้น
   ลาวเทิง เป็นกลุ่มชนเผ่าที่อาศัยบนพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร คิดเป็นประชากรร้อยละ 20 ของประเทศ เช่น สีดา บ่าแวะ ละแนด ฯลฯ
   ลาวสูง เป็นประชากรส่วนน้อยอาศัยอยู่บนเทือกเขาสูง ส่วนใหญ่เป็นชาวม้งและเผ่าอื่นๆ เช่น มูเซอ ก่อ กุย เป็นต้น
ระบบเงินตรา สกุลเงินของประเทศลาวคือ กีบ สำหรับเงินกีบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศลาวส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็นใบละ 1,000 2,000 5,000 10,000 20,000 กีบ (ไม่มีเงินในลักษณะเหรียญกษาปณ์)
งานประเพณีต่างๆตลอดปีของลาว
• งานประเพณีต่างๆของชาวลาว นอกจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และภาษาที่ไทย – ลาวมีความคล้ายคลึงกันแล้ว งานประเพณีต่างๆตลอดปีของลาวก็ดูไม่ต่างจากชาวไทยในภาคอีสานนัก เกือบทั้งหมดเป็นงานประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนาเรียกกันว่า ฮีตสิบสอง
• ฮีต หมายถึง จารีต
• สิบสอง หมายถึง เดือนทั้ง 12 เดือนในรอบหนึ่งปี
ชาวหลวงพระบางมีงานประเพณีครบทั้งสิบสองเดือนในหนึ่งปี
• เดือนอ้าย : บุญเข้ากรรม 
ช่วงที่จัด : เดือนธันวาคม ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาว
ลักษณะงาน : จุดประสงค์ของงานนี้เพื่อให้พระภิกษุ เข้าพิธีกรรมปลงอาบัติด้วยการอยู่ในเขตที่จำกัด เพื่อชำระจิตใจให้สะอาด
• เดือนยี่ บุญคูณลาน
ช่วงที่จัด : หลังฤดูเก็บเกี่ยว
ลักษณะงาน : ก่อนที่จะนำข้าวที่นวดแล้วไปเก็บในยุ้งข้าว จะมีการทำบุญขวัญข้าว มีการนิมนต์พระภิกษุมาสวดเป็นสิริมงคล และเป็นนิมิตรหมายที่ดีให้ปีต่อๆไปทำนาเกิดผลดียิ่งๆขึ้น
• 
เดือนสาม บุญข้าวจี่
ช่วงที่จัด : หลังงานมาฆะบูชา
ลักษณะงาน : ชาวนาจะนำข้าวจี่หรือข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว ปั้นเป็นก้อนเท่าไข่เป็ดทาเกลือ นำไปเสียบไม้ย่าง จากนั้นตีไข่ทาให้ทั่วแล้วย่างจนไข่สุกและถอดไม่เสียบออกนำน้ำตาลอ้อยยัดลงตรงกลางเป็นไส้ นำถวายพระสงฆ์ในช่วงที่หมดฤดูทำนาแล้ว เพื่อเป็นการทำบุญ
• เดือนสี่ บุญพระเวส
ช่วงที่จัด : เดือนสี่ข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้
ลักษณะงาน : งานบุญพระเวสหรืองานบุญมหาชาติ เช่นเดียวกับงานฟังเทศพระเวสสันดรชาดก อันเป็นชาดกที่ยิ่งใหญ่ ชาวบ้านจะช่วยกันตกแต่งประดับประดาโรงธรรมด้วยดอกไม้ ใช้ดอกบัวประดับธรรมมาสน์ มีการจัดรูปขบวนแห่พระเวสสันดรและนางมัทรีออกจากป่าเข้าในเมืองไปสิ้นสุดที่พระอุโบสถ มีการเทศน์มหาเวสสันดรตลอดวัน
• เดือนห้า บุญสงกรานต์
ช่วงที่จัด : ตรุษสงกรานต์
ลักษณะงาน : นับเป็นงานที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดและยังถือเป็นวันปีใหม่ของลาวเช่นเดียวกับของไทย
   วันแรกของงานเรียกว่า “วันสงขารล่อง” ชาวหลวงพระบางจะไปจับจ่ายซื้อของและธงรูปพระพุทธเจ้า เพื่อไปปักกองเจดีย์ทรายริมแม่น้ำโขง ตกเย็นมีการลอยกระทง ภายในกระทงบรรจุกล้วย ขิง ข้าวดำ ข้าวแดง ดอกไม้ ใบพลู ธูป เทียน ดอกดาวเรือง ผมและเล็บของผู้ลอย อธิษฐานให้ทุกข์โศกโรคภัยลอยไปกับกระทง
   วันที่สอง เรียกว่า “วันเนา” ช่วงเช้ามีการแห่รูปหุ่นเชิดปู่เยอย่าเยอและสิงห์แก้ว สิงห์คำ ช่วงบ่ายขบวนแห่ซึ่งนำโดยปู่เยอย่าเยอ ผู้เฒ่าผู้แก่ หัวหน้าหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ขบวนพระสงฆ์ นางสงกรานต์ (นางวอ) ขี่สัตว์พาหนะบนรถแห่ ปู่เยอย่าเยอก็จะฟ้อนรำ อวยพระให้ลูกหลาน
   วันที่สาม เรียกว่า “วันสังขารขึ้น” ชาวหลวงพระบางทำข้าวเหนียวนึ่งและนมลูกกวาด พากันเดินขึ้นภูษี ภูเขาสูงกลางเมืองหลวงพระบาง ระหว่างเดินจะวางข้าวเหนียวและขนมไว้ตามหัวเสาบันไดจนถึงองค์พระธาตุ วิธีการนี้เรียกว่าเป็นการตักบาตรภูษี มีการโยนข้าวเหนียวลงป่าข้างองค์พระธาตุเป็นการให้ทาน ช่วงบ่ายมีขบวนแห่นางสังขารและอัญเชิญศีรษะท้าวกบิลพรหมจากวัดเชียงทองไปยังวัดวิชุน มีการสรงน้ำพระที่วัดวิชุน
   วันที่สี่ นับเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งมีการแห่พระบาง พระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบาง ปีหนึ่งจะอัญเชิญออกมาให้ชาวเมืองสรงน้ำ พระบางนี้จะประดิษฐานอยู่ที่วัดใหม่เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน จากนั้นจะอัญเชิญกลับหอพิพิธภัณฑ์เหมือนเดิม
• เดือนหก บุญบั้งไฟ 
ช่วงที่จัด : เดือนหกก่อนฤดูกาลทำนามาถึง ย่างเข้าฤดูฝน
ลักษณะงาน : คล้ายกับงานบุญบั้งไฟของภาคอีสาน จุดประสงค์เพื่อบูชาหลักเมือง และขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ปีใดที่ไม่มีการทำบุญบั้งไฟเชื่อว่าปีนั้นจะเกิดเภทภัยต่างๆ และเป็นสัญญาณว่าฤดูการทำนาจะเริ่มต้นแล้ว นับเป็นงานที่กระทำกันมาแต่โบราณ
• เดือนเจ็ด บุญซำฮะ
ช่วงที่จัด : เดือนเจ็ด
ลักษณะงาน : งานเล็กๆ แต่สำคัญ จุดประสงค์เพื่อเป็นการชำระล้างเสนียดจัญไร ที่จะเกิดกับบ้านเมือง เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบสุข
• เดือนแปด บุญเข้าพรรษา
ช่วงที่จัด : วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
ลักษณะงาน : เป็นการเริ่มต้นฤดูเข้าพรรษาเหมือนชาวไทย พระสงฆ์จะหยุดออกบิณฑบาตรเป็นเวลา 3 เดือนตามพุทธบัญญัติ นับแต่วันเข้าพรรษาเป็นต้นไปในวันแรกนี้จะมีการทำบุญกันที่วัดต่างๆ
• เดือนเก้า บุญห่อข้าวประดับดิน การส่วงเฮือ และการล่องเฮือไฟ
ช่วงที่จัด : เดือนเก้า
ลักษณะงาน : บุญห่อข้าวประดับดิน เป็นการทำพิธีกรรมอุทิศส่วนกุศลให้กับวิญาณบรรพบุรุษ และวิญญาณไร้ญาติให้ออกมารับส่วนบุญ ชาวบ้านจะนำอาหารหวานคาว บุหรี่ หมาก พลู ใส่ลงในกรวยใบตองไปวางตามพื้นดินหรือใต้ต้นไม้บริเวณรั้วบ้าน รั้ววัด
การส่วงเฮือ
ส่วง หมายถึง แข่งขัน
เฮือ หมายถึง เรือ
เป็นงานบุญแข่งเรือประจำเดือนเก้า ทุกคุ้ม (หมู่บ้าน) จะนำเรือเข้าแข่งขัน ในอดีตการแข่งเรือถือเป็นการฝึกซ้อมฝีพายเพื่อต่อสู้ข้าศึกที่มาทางน้ำ ปัจจุบันนับเป็นงานบุญที่สนุกสนานงานหนึ่งของชาวหลวงพระบาง
• เดือนสิบ บุญข้าวสาก
ช่วงที่จัด : วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10
ลักษณะงาน : จุดประสงค์ของการจัดงานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คนตายหรือเปรต ห่างจากงานวันบุญข้าวประดับดิน 15 วัน อันเป็นเวลาที่เปรตต้องกับไปยังที่อยู่ของตน
• เดือนสิบเอ็ด บุญออกพรรษา
ช่วงที่จัด : วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
ลักษณะงาน : เป็นงานตักบาตรเทโว มีการจัดอาหารไปถวายพระภิกษุสามเณร มีการกวนข้าวทิพย์ (กระยาสารท) ถวาย มีการถวายผ้าจำนำพรรษาและปราสาทผึ้ง โดยการนำไม้ไผ่มาสานเป็นรูปปราสาท ตกแต่งสวยงาม จัดขบวนแห่ปราสาทผึ้งไปถวายพระในตอนค่ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ
• เดือนสิบสอง บุญกฐิน
ช่วงที่จัด : แรม 1 ค่ำ เดือน 11 – เดือนเพ็ญ เดือน 12
ลักษณะงาน : เป็นการถวายผ้าแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษามาตลอดช่วงเข้าพรรษา นับเป็นงานบุญที่กระทำกันมาแต่โบราณ
หมายเหตุ: ข้อมูลของ สาวลาว ประเทศลาว เที่ยวลาว ดาราลาว สาวลาวน่ารัก ภาษาลาว ทัวร์ลาว ลาวใต้ เวียงจันทร์ ลาว เที่ยวสาวลาว วังเวียง ลาว ท่องเที่ยวลาว ไปเที่ยวลาว สายการบินลาว สาวลาวเวียงจันทร์ แผนที่ประเทศลาว สถานที่ท่องเที่ยวประเทศลาว อาหารลาว หลวงพระบาง ประเทศลาว ลาวเหนือ มุกดาหารไปลาว แผนที่ลาว รูปสาวลาว เที่ยวลาว เวียงจันทร์ ทัวร์ลาวใต้ สถานทูตลาว ทัวร์ลาวเหนือ วัยรุ่นลาว ภาพสาวลาว คลิป สาว ลาว เที่ยวหลวงพระบาง ประเทศลาว ประเทศลาว หลวงพระบาง ที่พักวังเวียง อยู่ในแต่ละแขวงของประเทศลาว ให้คลิกเข้าไปด้านในแต่ละแขวงนั้นๆ

แหล่งท่องเที่ยวประเทศ อินโดนีเซีย

คินตะมะนี

             อินโดนีเซีย เมืองหลวงชื่อจาการ์ตา (Jakarta) หรือในอดีตชื่อ “ปัตตาเวีย” (Batavia) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะชวา มีพื้นที่ 650 ตารางกิโลเมตร ประชากร 10 ล้านคน เป็นศูนย์กลางทั้งด้านการปกครองและเศรษฐกิจของประเทศ มีสนามบินนานาชาติคือ Soekarno Hatta International Airport มีท่าเรือใหญ่ที่สุดของประเทศ คือ Tanjung Priok
surabaya jakata  Yogyakarta

สุราบายา (Surabaya)
 เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ อยู่บนเกาะชวา ประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน ทรัพยากรธรรมชาติสำคัญคือ หินชอล์ก ทำให้จังหวัดนี้มีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อีกทั้งยังมีหินอ่อน น้ำมัน และเกลือ มีสนามบินนานาชาติคือ Juanda Airport และท่าเรือ Tanjung Perak
ยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) อยู่บนเกาะชวา เป็นศูนย์กลางทั้งด้านศิลปะ และวัฒนธรรม นอกจากนั้นยอกยาการ์ตา ยังเป็นที่ตั้งของบุโรพุทโธ (Borobudur) พุทธสถานที่มีชื่อเสียงและสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ รวมถึงหมู่วิหารโบราณฮินดู คือ ปรามบานัน (Pram-banan) สนามบินหลักคือ Adi Sucipto Airport
เมดาน (Medan) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะสุมาตรา มีประชากร 2.1 ล้านคน เมดานเป็นแหล่งเพาะปลูกใหญ่ที่สุด ของอินโดนีเซีย ทั้งปาล์มน้ำมัน ชา โกโก้ ยางพารา และยาสูบ นอกจากนั้น ยังมีแร่ธาตุสำคัญ อาทิ น้ำมัน และก๊าซ มีสนามบินนานาชาติ คือ Polonia Airport และท่าเรือ Belawan Port
เรียว (Riau) อยู่บนเกาะสุมาตรา มีพื้นที่ 95 พันตารางกิโลเมตรประชากร 5.4 ล้านคน พืชเศรษฐกิจสำคัญคือ มะพร้าว ยางพารา ชา และโกโก้ นอกจากนี้ ยังมีไม้มีค่าต่างๆ และน้ำมันปิโตรเลียม โดยสินค้าส่งออกสำคัญคือ น้ำมันปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ไม้ สนามบินสำคัญคือ Sultan Syarif Kasim II Airport ท่าเรือคือ Batu Ampar Port
bali
แจมบี (Jambi) อยู่บนเกาะสุมาตรา มีพื้นที่ 44.8 พันตารางกิโลเมตร ประชากร 2.5 ล้านคน พืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ มะพร้าว โกโก้ และชา นอกจากนั้นยังมีแร่ธาตุอื่นๆ อาทิ น้ำมันปิโตรเลียม ถ่านหิน ทองแดง สินค้าส่งออกสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์จากป่า สนามบินหลัก คือ Sultan Thaha Airport
ปาเลมบัง (Palembang) อยู่บริเวณสุมาตราใต้ พืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน ยาง กาแฟ พริกไทย ชา สินค้าส่งออกสำคัญคือ ยาง กาแฟ สนามบินหลัก คือ Sultan Baharudin II Airport ท่าเรือคือ Boom Baru Port
เดนปาซาร์ (Denpasar) เป็นเมืองหลวงของเกาะบาหลี (Bali) อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงด้านความงดงามของธรรมชาติและชายหาดที่สวย งาม สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ปีละกว่า 1 ล้านคน สนามบินนานาชาติ คือ Gusti Ngurah Rai International Airport


สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้ง
บาหลี    เป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคน เด็ก ผู้ใหญ่และคู่ฮันนีมูล ฯลฯ  บาหลีมีวัฒนธรรม  มีความสนุก  มีธรรมชาติสวยๆ  มีเอกลักษณ์ที่จะหาไม่ได้จากที่อื่น บาหลีมีที่ท่องเที่ยวเยอะมาก ทุกมุมของบาหลีมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย รอบๆเกาะยังมีที่ดำน้ำ ที่เล่นเซิร์ฟสำหรับนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวก็มีล่องแก่ง มีเดินป่า ไต่เขา และที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนชอบมาก  คือ ช็อปปิ้ง ที่บาหลีเป็นสวรรค์ของนักช็อปปิ้งจริงๆ คนบาหลีแท้ๆ ซื่อสัตย์ ใจดี ยิ้มง่าย เชื่อในเรื่องเวรกรรมบาปบุญ มีปัญหาเรื่องขโมย เรื่องโกง เป็นเพราะ คนจากเกาะอื่นที่มาทำมาหากินที่บาหลี  มาเที่ยวบาหลีทุกคนมีกิจกรรมทำได้ตลอด   ฝ่ายชายไปเล่นกอล์ฟ ฝ่ายหญิงไปช็อปปิ้งหรือเข้าสปา ลูกๆก็ไปเล่นน้ำ

จะไปเที่ยวบาหลีช่วงไหนของปีก็ได้ เพราะแม้แต่หน้าฝนแต่ฝนไม่ได้ตกตลอดวัน มักตกตอนเช้า 2 – 3 ชม.แล้วก็หยุด ไปตกอีกทีตอนค่ำกลางวันก็เที่ยวได้ไม่ต้องกังวลเรื่องฝน แต่ช่วงเดือนสิงหาคมกับช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นักท่องเที่ยวจะเยอะแต่ไม่มีปัญหายังไงก็หาที่พักได้แน่นอน กูต้า สนามบินนูราลัย (Ngurah Rai) อยู่ห่างจากกูต้าเพียงนิดเดียว  แต่รถติดทำให้ใช้เวลานานสักนิดกว่าจะถึงโรงแรมที่พัก กูต้ามีลักษณะคล้ายกับพัทยา และป่าตอง เต็มไปด้วยแสงสี Shopping Area และร้านอาหาร กูต้า เลเกียน และเซมินยัก อดีตเคยเป็นสามหมู่บ้านที่ห่างกัน ปัจจุบันเชื่อมติดด้วยถนนสายช้อปปิ้งที่มีร้านขายของตั้งเรียงรายสุดสายตาเปิดดึกถึงเที่ยงคืน และมีศูนย์การค้าใหญ่กูต้าเซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้ามาตาฮารี สวนน้ำวอเตอร์บอมบ์ รวมทั้งฮาร์ดร๊อคโฮเต็ล สินค้า: ผ้าอิกัต ผ้าซุมบ้า ถาดไม้ขุด แมวไม้ทาสี

นูซาดูอา (Nusa Dua) คือติ่งตรงปลายสุดของเกาะบาหลี เป็นแหล่งพักผ่อน ฮันนีมูน และเล่นกอล์ฟ โดยพัฒนาจากที่รกร้างริมทะเลจนกลายเป็นแหล่งรวมของโรงแรมระดับห้าดาว ศูนย์ประชุม และ บาหลีกอล์ฟแอนด์คันทรี่คลับ รวมทั้งแหล่งช้อปปิ้งและตลาด นอกจากนี้การบริการแบบบาหลีที่นุ่มนวลเป็นมิตรและยิ้มแย้ม ยิ่งสร้างเสน่ห์ให้กับบาหลีมากยิ่งขึ้น สปาแบบบาหลี หนึ่งในความสบายที่สัมผัสได้ ใช้บริการได้ทั้งหญิงและชาย ความโดดเด่นที่ทำให้สปาแบบบาหลีเป็นที่น่าสนใจคือ การนำเอาสมุนไพรแบบบาหลี – ลูลูร์ (Lulur) มาใช้
เมื่อมาถึงบาหลีแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือการไปวัด โดยเฉพาะในวันที่มีพิธีกรรม เป็นสิ่งที่ยังคงดำรงอยู่ไม่สูญหาย เป็นเอกลักษณ์และความน่าชื่นชม บาหลี มีหมู่บ้านหัตถกรรม วัด โบราณสถาน และอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายที่ควรไปชม อยู่ด้านในตัวเกาะ อาทิเช่น
เทมภัคสิริงค์ ( Tampaksiring ) 
มีตีรตะเอมปลูน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะในหมู่ชาวบาหลี ผู้คนเชื่อกันว่าน้ำพุนี้มีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆ ทุกปีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ จะเดินทางมาที่นี่เพื่อชำระล้างมลทินในบ่อน้ำ บริสุทธิ์ ก่อนอาบน้ำจะทำการบูชา ขอบคุณเทพเจ้าแห่งน้ำพุ ที่แท่นบูชา และกรุณาจำไว้ว่าห้ามถ่ายรูปชาวบาหลีขณะอาบน้ำ ถือเป็นเรื่องที่ หยาบคายมากๆ ทุกวันพระจันทร์เต็มดวงในเดือนตุลาคม ชาวบ้านจากหมู่บ้านมุนะคะยา จะเดินทางมาที่นี่ พร้อมกับหินศักดิ์สิทธิ์จากวัดปุราซะเกนัน เพื่อประกอบพิธีชำระล้างหิน 
อุรุดานู บราตาน (Ulun Danu Bratan Temple)

วัดแห่งนี้ถูกตั้งชื่อตามที่ตั้งคือทะเลสาปเบราตาน หมู่บ้านเบดูกัล (Bedugul) วัดอุรุดานู เบราตาน ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่ พระเจ้า เดวิ ดานู (Dewi Danu) เทพเจ้าแห่งสายน้ำตามความเชื่อทางศาสนาอินดู  ตัววัดถูกสร้างอยู่บนพื้นที่ผืนเล็กๆ ที่รายรอบไปด้วยแม่น้ำ

เบดูกัลตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร จากระดับน้ำทะเลเป็นแหล่งที่พักตากอากาศ มีทะเลสาบที่สงบเงียบและถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟกุนุงบราตัน เป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญสำหรับไร่นาในแถบนี้ จึงมีพิธีบูชาเดวีดะเนา มีสนามกอล์ฟ 18 หลุม ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
กุหนุงกาวี (Gunung Gawi)
ที่ฝังพระศพโบราณตั้งแต่ 8-900 ปีก่อน เลยไปทางตะวันออก จะมุ่งสู่เบซากี (Besakih)ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุด และถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง วัดเบซากี มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบด้วยวัดใหญ่น้อยรวมอยู่ด้วยกันถึง 22 วัด ถ้าขึ้นเหนือไปยังภูเขาบาตู จะได้ชมวิวสวยของภูเขาและทะเลสาบที่คินตามนี หากลงทางใต้ปลายสุดติ่งใกล้นูซาดูอา มีวัดอูลูวาตู อยู่ริมผาซึ่งมีความสวยงามมาก ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เช่นเดียวกับวัดทานาลอต ซึ่งจะพิเศษสุดเวลาน้ำขึ้นท่วมทราย ตัดให้ก้อนหินใหญ่ ที่ตั้งวัดกลายเป็นเกาะเล็กๆ ริมทะเล เป็นต้น 
คินตะมะนี (Kintamani)
เป็นอำเภอบนภูเขา ซึ่งได้ชื่อมาจากเมืองโบราณ คินตะมะนีอยู่ที่ความสูง 1,500 เมตร มีภูเขาไฟบะตูร์ที่ยังคงมีร่องรอยของการระเบิด ในอดีต ภูเขาไฟลูกนี้เป็นภูเขาไฟ ที่ยังคงมีชีวิต การปะทุของภูเขาไฟลูกนี้ครั้งล่าสุด เมื่อปี 1994 แต่การปะทุครั้งใหญ่เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 1926 และมีหมู่บ้านที่สวยงามบนปากปล่องภูเขาไฟ และมีทะเลสาบที่งดงามดูเป็นสีฟ้าใสราวกับแก้ว แต่บางครั้งกลับดูเป็นสีเงินเหมือนฉาบปรอท จัดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของบาหลี
ถ้ำช้างหรือกัวคชา (Goa Gajah)
ที่ปากถ้ำเป็นหินสลักรูปหน้ายักษ์อ้าปากกว้าง ข้างในมีรูปพระคเณศวร์และลึงค์สามแท่ง แทนเทพสามองค์คือ ศิวะ นารายณ์ และวิษณุ
เทมปักเซริง (Tempaksering)
มีสถานที่ศักดิ์สิท์และมีความสำคัญอยู่สองแห่งคือ วัดเตียร์ตาอัมปึล (Tirta Empul) และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใสสะอาดที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน คนบาหลีเชื่อว่าถ้าได้มาอาบน้ำที่นี่ จะเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากร่าง อีกแห่งคือ 
วัดปุราตะนาห์ลอต (Pura Tanah Lot)
วัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานที่สำคัญอย่างมากของชาวบาหลี เป็นหนึ่งในเจ็ดของวัดที่ถูกก่อตั้งขึ้นในยุค ศตวรรษที่ 16 โดยนักบวชฮินดู ชื่อ นาราธาร์ (Nirartha) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการบูชาเทพเจ้าแห่งท้องทะเล  วัดปุราตะนาห์ลอต ตั้งอยู่บนโขดหินใหญ่ นอกฝั่งยื่นล้ำสู่ทะเลมองเห็นเป็นเงาสีดำ สวยที่สุดยามพระอาทิตย์ตกดิน ตะนาห์ลอต แปลว่า ผืนดินในท้องทะเล
ทุ่งนาขั้นบันได

แม้ธุรกิจท่องเที่ยวจะเป็นรายได้หลักของชาวบาหลี  แต่ประชากรอีกจำนวนมาก ยังคงประกอบอาชีพทำการเกษตร ทำนา และด้วยลักษณะภูมิประเทศ ทำให้ลักษณะของพื้นนาเป็นการปลูกแบบขั้นบันได  เกิดเป็นทัศนียภาพที่แสนงดงาม เขียวชะอุ่มไล่เรียงไปตามไหล่เขา  อีกทั้งยังมีไร่กาแฟ ที่ขึ้นชื่อ และ เป็นที่น่าสนใจสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวอีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูล www.indochinaexplorer.com  

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

ประเทศพม่า

ธงชาติ
ตราแผ่นดิน
แผนที่
ลักษณะภูมิประเทศพม่า
ประเทศพม่าตั้งอยู่ที่ละติจูดที่ 28 องศา 30 ลิปดา ถึง 10 องศา 20 ลิปดาเหนือ ภูมิประเทศตั้งอยู่ตามแนวอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันทำให้มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 2,000 ไมล์ และมีหาดที่สวยงามเก่าแก่บริสุทธิ์อยู่หลายแห่ง พม่ามีชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบังคลาเทศและอินเดีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับธิเบตและจีน ส่วนทางตะวันออกติดกับลาว และทางตอนใต้ติดกับไทย รูปพรรณสัณฐานเหมือนกับว่าวที่มีหางยาวล้อมรอบเกือกม้าขนาดใหญ่คือแนวเทือกเขามหึมา และภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ มียอดเขาสูงอยู่มากมายตามแนวเทือกเขาของพม่า และมีหลายยอดที่สูงเกินกว่า 10,000 ฟุต ตามแนวชายแดนหิมาลัยทางเหนือของพม่าที่ติดกับธิเบตเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ฮากากาโบ ราซี” 19,314 ฟุต ต่ำลงมาจากแนวเขาเหล่านี้เป็นที่ราบกว้างใหญ่ภายในประเทศพม่า รวมทั้งเขตแห้งแล้งกินอาณาเขตกว้างตอนกลางของพม่า และยังมีที่ราบลุ่มบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีที่อุดมสมบูรณ์ทอดยาวลงไปทางตอนใต้ เป็นนาข้าวกว้างใหญ่ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
  • ภาคเหนือ – เทือกเขาปัตไก เป็นพรมแดนระหว่างพม่าและอินเดีย
  • ภาคตะวันตก – เทือกเขาอาระกันโยมากั้นเป็นแนวยาว
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – เป็นที่ราบสูงชาน
  • ภาคใต้ – มีทิวเขาตะนาวศรี กั้นระหว่างไทยกับพม่า
  • ภาคกลาง – เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี
ลักษณะภูมิอากาศประเทศพม่า
  • มรสุมเมืองร้อน
  • ด้านหน้าภูเขาอาระกันโยมา ฝนตกชุกมาก
  • ภาคกลางตอนบนแห้งแล้งมาก เพราะมีภูเขากั้นกำบังลม
  • ภาคกลางตอนล่าง เป็นดินดอนสามเหลี่ยวปากแม่น้ำขนาดใหญ่ ปลูกข้าวเจ้า ปอ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศค่อนข้างเย็น และค่อนข้างแห้งแล้ง
วัฒนธรรมพม่า วัฒนธรรมพม่าวัฒนธรรมของพม่า ได้รับอิทธิพลทั้งจากจีน อินเดีย และไทยมาช้านาน ดังสะท้อนให้เห็นในด้านภาษา ดนตรี และอาหาร สำหรับศิลปะของพม่านั้นได้รับอิทธิพลจากวรรณคดีและพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ในปัจจุบันนี้วัฒนธรรมพม่ายังได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากเขตชนบทของประเทศ ด้านการแต่งกาย ชาวพม่าทั้งหญิงและชายนิยมนุ่งโสร่ง เรียกว่า ลองยี ส่วนการแต่งกายแบบโบราณเรียกว่า ลุนตยาอชิก
ศาสนาของพม่า
พม่าบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน พ.ศ. 2517 เพราะมีผู้นับถือศาสนาพุทธ 92.3% ศาสนาคริสต์ 4% ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาฮินดู 0.7%
เงินตราพม่า
สกุลเงินของพม่า คือ เงินจ๊าต (Kyat) อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราของพม่ากับเงินตราของต่างประเทศที่รัฐบาลกำหนดในตลาดทั่วไปมีความแตกต่างกันมาก โดยอัตราแลกเปลี่ยนทางการจะมีอัตราต่ำกว่าราคาตลาดมาก ทั้งนี้ ระบบการธนาคารพาณิชย์ของพม่ายังไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนทางการเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.3 จ๊าต ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 19 มีนาคม 2551) ส่วนอัตราตลาด อยู่ที่ประมาณ 1,170 จ๊าต ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 35 จ๊าต เท่ากับ 1 บาท (มีนาคม 2551)
การขอวีซ่าพม่า
ติดต่อขอทำวีซ่าได้ที่สถานฑูตพม่า ถนนสาธรเหนือ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น. โทร. 02 233 2237
1. Tourist Visa ,FIT / Package 810 บาท ( ถ้าด่วนเพิ่ม 440 บาท ),รูปถ่ายสี 2 ใบ และ Passport
2. Business Visa, 1,440 บาท รูปถ่ายสี 3 ใบ พร้อม Company Letter 
ดอกไม้ประจำชาติพม่า
ดอกไม้ประจำประเทศพม่า คือ ดอกประดู่
สถานที่ท่องเที่ยว สำคัญของพม่า
5 มหาบูชาสถาน : สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของประเทศพม่า
ชาวพม่าได้ชื่อว่า เป็นชนชาติที่ยังยึดมั่นคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่ที่สุดชาติหนึ่งในโลก มีการสร้างเจดีย์ พระธาตุ ศาสนสถาน ทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นจึงมีปูชนียสถานอันเป็นที่สักการบูชาของชาวพม่า และชาวมอญอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่นับถือเป็นมหาบูชาสถานสำคัญสูงสุดมีเพียง 5 แห่ง ที่เป็นความใฝ่ฝันของชาวพุทธพม่าว่าครั้งหนึ่งในชีวิตควรได้เดินทางไป สักการบูชาให้ครบทั้ง 5 แห่ง จึงจะนอนตายตาหลับหรือได้ขึ้นสวรรค์ มหาบูชาสถานทั้ง 5 แห่งนี้ได้แก่มหาเจดีย์ชเวดากอง

1.มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ รวม 8 เส้น ของพระพุทธเจ้า มีประวัติตำนานเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ตั้งแต่ครั้งที่ย่างกุ้งยังเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่า "ดากอง" หรือ "ตะเกิง" ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไป แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "ย่างกุ้ง" "ชเวดากอง" แปลว่า "เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง" มหาเจดีย์แห่งนี้มีการบูรณปฏิสังขรณ์มาด้วยกันหลายครั้ง โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์ของมอญและพม่าที่จะขึ้นครองราชย์บัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เอง เพื่อนำมาห้อหุ้มองค์พระเจดีย์ ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชาวพุทธ แห่งลุ่มน้ำอิระวดีที่สำคัญที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน

2.เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้าอโรรธามหาราชพระองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามเมื่อ 900 ปีเศษมาแล้ว ภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดี ได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญ ตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์ และ ราชบัณฑิตมาที่เมืองพุกาม ทำให้พม่าได้รับอิทธิพงศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว ดังเช่น รูปร่างของเจดีย์ชเวซิกอง ก็มีรูปทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ก่อนที่จะมีพุทธศิลป์ สกุลช่างพุกามเกิดขึ้น "ชเวซิกอง" แปลว่า "เจดีย์ที่ตั้งอยู่บนพื้นทราย"

3.เจดีย์ชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี หรือที่เราเรียกกันว่า พระธาตุมุเตา เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม 2 เส้น มีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เป็นที่เคารพสักการะของทั้งกษัตริย์ มอญ พม่า และไทย เช่น พระเจ้าราชาธิราชของมอญ พระเจ้าบุเรงนองของพม่า และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย

พระธาตุอินทร์แขวน4.พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์ เป็น พระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องแบบกษัตริย์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 เมตร เป็นที่ยอมรับกันว่า มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่ง "มหามุนี" แปลว่า "มหาปราชญ์" หล่อขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยชาวยะไข่ ชนกลุ่มน้อยในรัฐอาระกันทางทิศตะวันตกสุดของพม่าติดกับประเทศอินเดีย ต่อมาเมื่อพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกทัพไปตีเมืองยะไข่ได้ จึงโปรดให้ชะลอพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์ เมื่อ 200 ปีมาแล้ว มีตำนานเล่ากันว่า พระพุทธเจ้าทรงประทานลมหายใจให้พระมหามุนี เป็นตัวแทนสืบทอดพระศาสนา จึงเชื่อกันว่า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้มีลมหายใจจริง จึงต้องมีพิธีล้างพระพักตร์ให้ทุกเช้า ซึ่งพิธีนึ้ก็ยังคงดำรงอยู่มาตราบจนถึงปัจจุบัน

5.พระธาตุอินทร์แขวน "ไจก์ทิโย" เมืองไจก์โถ่ รัฐมอญ เชื่อกันว่าพระอินทร์เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ เพื่อนำเอาพระธาตุมาแขวนไว้ให้ผู้มีบุญมากราบไหว้ ใครได้มาสักการะก็เท่ากับได้ไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ และจะได้สั่งสมอานิสงส์ให้ไปเกิดร่วมยุคกับพระศรีอาริยเมตตรัย และผู้ที่มีบุญก็จะสามารถมองเป็นองค์พระธาตุลอยอยู่อย่างชัดเจน พระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 1,200 เมตร สร้างตั้งไว้บนก้อนหิน สูงถึง 5.5 เมตร เส้นรอบวงของก้อนหินราว 17 เมตร มองดูคล้ายก้อนหินตั้งอยู่หมิ่นเหม่ใกล้จะตกลงมาเต็มที ด้วยศรัทธาอันมีพุทธธรรมน้อมนำใจ ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าสตางค์ของชาวมอญ และพม่าแทบทุกคน จะต้องมีรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างน้อย 3 สิ่ง เคลือบพลาสติกไว้สำหรับ พกพาเป็นสิริมงคลอยู่เสมอ สิ่งแรกคือ พระมหาเจดีย์ชเวกาดองย่างกุ้ง พระมหามัยมุนี มัณฑะเลย์ และสามคือ พระธาติอินทร์แขวน "ไจก์ทิโย"

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศฟิลิปปินส์


            แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศฟิลิปปินส์มีดังนี้ Ocean Park เป็นสวนสนุกที่อยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทิวทัศน์มหาสมุทรจากบนผาสูงนั้นได้ โดยเฉพาะจะเสียวมากๆถ้าไปเล่น เครื่องดิ่งจากที่สูงมากๆ แล้วเมื่อมองลงมาก็จะเห็นมหาสมุทรกว้างใหญ่ เนื่องจากตั้งอยู่บนที่สูงชัน การเดินขึ้นจึงต้องใช้บันไดเลื่อน ที่ยาวมากๆๆ การเข้าสวนสนุกมีสองทางเนื่องจาก สวนสนุกแห่งนี้แบ่งเป็น 2 zone ใหญ่ๆ โดยมีภูเขากั้นกลางไว้อยู่ การไปมาก็ต้องนั่งกระเช้าเท่านั้น (หรือสามารถย้อนกลับไปนั่งรถประจำทางเมื่อไปอีกประตูหนึ่ง) เมื่อขึ้นมาถึงทางเข้าทางเข้าเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างแบบฟิลิปปินส์ๆ และของเล่นชิ้นแรกที่เจอ ก็นี่เลย ล่องแก่ง ในเครื่องเล่นแต่ละอย่างจะมีบริการถ่ายภาพให้โดยอัตโนมัติ สามารถเห็นท่าทาง อาการ ของผู้เล่น ตอนเผลอๆ ได้อย่างสนุกสนาน

รถไฟเหาะ สนุกมากๆ เนื่องจากมันตั้งลอยอยู่ที่หน้าผาสูงชัน มองออกไปแล้ว Ocean Park สวนสนุกริมผา-มหาสมุทร หลังจากไปสนุกสุดเหวี่ยงกับเครื่องเล่นประเภท อุ่นเครื่องไปหลายๆชิ้นแล้ว ก็จะมีจุดผ่อนคลาย กับหอคอยหมุน ชมวิว เป็นหอคอยที่สูงมากๆ เมื่อขึ้นไปนั่งก็จะสามารถเห็นสวนสนุกได้ทั่วเกาะ สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่ Ocean Park นี้ก็คือ แมวน้ำ ใส่ชุดกลาสีเรือ ครับ
Aqurium ปลาทะเล ปลาฉลาม ซึ่งผมคิดว่าทำได้อย่างดีและสวยมากๆครับ เพราะจะแสดงเป็นลำดับชั้น สามระดับ ของความลึก ซึ่งสามารถเห็นได้ว่า ปลาประเภทไหน อยู่น้ำลึก น้ำตื้น
เดินชมจนเสร็จ zone แรก ก็จะข้ามไปอีกฝั่งด้วยกระเช้า สูงมากๆ โดยอีกฝั่งจะเป็นส่วนของ ดินแดนต่างๆ และเครื่องเล่นสำหรับเด็ก เช่น Amazing Amazon, Golden fish’s House,Panda’s House ซึ่งเป็นจุด highlight ของฝั่งนี้ทีเดียว จบตบท้ายด้วยร้านขายของที่ระลึก
การเดินทาง :
MTR สถานี Admiralty ประตู B เพื่อไป สถานีรถประจำทางสำหรับไป Ocean Park โดยเฉพาะโดยต้องซื้อตั๋วขึ้นรถประจำทางด้วย
การซื้อตั๋วเข้าสวนสนุก :
1. ซื้อที่หน้าประตูสวนสนุก ซึ่งจำหน่ายในราคาปกติประมาณ 200 HKD
2. ซื้อที่ ร้านทัวร์ ( มีอยู่ที่สถานี MTR Admiralty เป็นร้านเล็กๆตรงข้ามร้าน Heigendaz ใกล้ๆ ทางออกประตู B ซึ่งเป็นราคาพร้อมตั๋วรถประจำทางไป-กลับ ถูกกว่าซื้อหน้าสวนสนุก 20 HKD)
ข้อแนะนำ :
1. สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการข้ามไปอีกฝั่งด้วยกระเช้า อาจเป็นเพราะกลัวความสูง ก็สามารถข้ามไปอีกฝังได้โดยรถประจำทาง โดยให้เดินย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้า โดยบอกเจ้าหน้าที่ว่า จะไปอีกฝั่ง เจ้าหน้าที่จะ ปั๊ม ตราเรืองแสง ที่ข้อมือ แล้วออกไปขั้นรถข้างหน้าสวนสนุก ก็จะสามารถเข้าไปที่ประตูอีกฝั่งได้)
2. ถ้าจะเล่นให้ครบและพอดี น่าจะไปถึงประมาณ 10 โมงครึ่ง แล้วจะสามารถเดินเล่น สบายๆ แบบไม่ต้องรีบ เสร็จประมาณ 6โมงเย็นพอดี ก็คือ ใช้เวลาทั้งวันหนะแหละครับ
3. กะเวลาสำหรับการดูโชว์ให้ดีๆ โดยจะมีป้ายบอกเวลาการแสดง ที่หน้าทางเข้า โดยผู้ที่มีบัตรสมาชิก สามารถใช้สิทธิพิเศษในการจองที่นั่ง V.I.P. ได้ เพราะถึงเวลาจริง คนจะเยอะมาก ที่ดีๆถูกแย่งไปหมด โดยบอกเจ้าหน้าที่หน้าประตู
4. อย่าไปเลยช่วงเทศกาล คนเยอะมากๆ ต่อแถวเครื่องเล่นแต่ละชิ้นยาวนานเหลือเกินครับ
5. เตรียมยาดม ขนมไปบ้างก็ได้ครับ เผื่อเป็นลม หรือ หิวกลางทางเพราะของจะแพงกว่าข้างนอกนิดนึง
สวนไรซาล
สวนไรซาล (Rizal Park) หรือมีอีกชื่อว่า ลูเนตา (Luneta) เป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ของเมือง และเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ โฮเซ่ ไรซาล (Jose Rizal) ซึ่งเป็นผู้นำในการปลดแอกฟิลิปปินส์จากสเปนในช่วง ค.ศ.1896-1898 และในบริเวณเดียวกันก็เป็นจุดที่ฟิลิปปินส์ประกาศอิสรภาพเหนือสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1941 ด้วย
ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago)
ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago) ซึ่งเป็นด่านแรกที่ป้องกันการโจมตีจากข้าศึก ที่เข้ามาทางปากแม่น้ำปาซิก จากอ่าวมะนิลา ป้อมแห่งนี้ถูกทำลายจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐ ต่อมาได้บูรณะซ่อมแซมเพื่อให้เป็น “ปูชนียสถานแห่งเสรีภาพ ” (Shrine of Freedom) บริเวณรอบป้อมมีสวนหย่อม รายล้อมโดยมีรถม้าให้บริการ พาชมรอบบริเวณ บริเวณดังกล่าว ยังมีสถานที่คุมขังนักโทษ ที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำปากแม่น้ำปาซิก และส่วนหนึ่งของป้อมนี้ ถูกทำเป็นสนามกอล์ฟอย่างสวยงาม
ขอขอบคุณข้อมูล www.nipponsysit.com

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสิงคโปร์


            แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสิงคโปร์ สิงคโปร์เป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งและอุดมไปด้วยความแตกต่างและสีสัน คุณจะพบกับความผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ และสถาปัตยกรรมได้ที่นี่ เกาะแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ถูกปลดปล่อย เป็นเสมือนกลจักรขนาดจิ๋วของเอเชียอาคเนย์ที่รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของโลก ตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งจะมีแหล่งท่องเที่ยวในย่านต่างๆดังนี้ ย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์เป็นที่ตั้งของโรงละครทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งจัดการแสดงละครท้องถิ่น ละครเพลง บัลเลต์ รวมทั้งการแสดงระดับสากลด้วย เช่น โรงละครวิคตอเรีย (The Victoria Theatre), เดอะ ซับสเตชั่น (The Substation), เดอะ แบล็คบ๊อกซ์ (The Blackbox), สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดี้ยม (Singapore Indoor Stadium), หอประชุม จูบิลี (Jubilee Hall) และโรงละครริมน้ำ เอสพลานาด (Esplanade-Theatres on the Bay) สถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมกันมากคือ บริเวณ Marina Bay, ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่ง เป็นที่ตั้งของเมอร์ไลออน (Merlion) และสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำริมน้ำ คือ Clarke Quay, Boat Quay, ไชน่าทาวน์ (China Town), Little India และถนนช็อปปิ้ง Orchard
เดอะ แบล็คบ๊อกซ์ (The Blackbox)
เดอะ แบล็คบ๊อกซ์ (The Blackbox)


ส่วนนอกเมืองก็มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่โดยรอบ ใช้วิธีเดินทางโดยรถไฟ MRT และ รถประจำทาง คือ เกาะเซนโตซา (Sentosa Island) บริเวณ Harbour Front, สวนสัตว์กลางคืน (Night Safari), และสวนนกจูร่ง (Jurong Birdpark)
สวนนกจูร่ง (Jurong BirdPark)
คุณจะบิน กระพือปีก ร่อนลม และล่องลอย... ไปกับเพื่อนกว่า 9,000 ตัวจาก 600 สายพันธ์ สวนนกจูร่งเป็นสวนนก ที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่ง ในเอเชียแปซิฟิก
เปิด: 9.00 - 18.00 น.(ทุกวัน)
สวนสัตว์ไนท์ซาฟารี (Night Safari)
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน อีกโลกหนึ่งก็เริ่มต้นขึ้น ที่สวนสัตว์ไนท์ซาฟารีของเรา คุณสามารถจ้องดูตาแรดได้ หรือจะฟังเสียงหอนของฝูงหมาไฮยีน่าลาย หรือจะดูยีราฟค่อยๆเดินผ่านทุ่งราบในค่ำคืนอันเงียบสงบ
เปิด: 19.30 น. ถึงเที่ยงคืน (ทุกวัน) ปิดขายตั๋ว: 23.00 น.
โลกใต้ทะเล (Underwater World)
โลกใต้ทะเล (Underwater World) ตั้งอยู่ที่เกาะเซนโตซ่า เป็นแดนสวรรค์ในฝัน ที่เราเปิดให้ท่านรับชมความงามอันน่าประทับใจของโลกใหม่ ใต้ท้องทะเล
เปิด: อันเดอร์วอเตอร์เวิล์ด สิงคโปร์: 9.00 น. – 21.00 น. ทุกวัน (เข้าได้ช้าสุด 20.30 น.) บึงโลมา: 10.30 น. – 18.00 น. ทุกวัน (เข้าได้ช้าสุด 17.30 น.) การบำบัดด้วยปลา: 10.00 น. – 19.00 น. ทุกวัน (เข้าได้ช้าสุด 18.15 น.)
เกาะเซนโตซ่า (Sentosa)
เกาะเซนโตซ่า – สวนสนุก รีสอร์ตเขตร้อน สวนธรรมชาติ และศูนย์วัฒนธรรม ทั้งหมดอยู่ในเกาะเพียงเกาะเดียว!
เปิดบริการเวลา 8:30 - 21.00 น. (ทุกวัน)
เซนโตซ่า 4D แมจิก
เซ็นโตซ่า 4D เมจิก (Sentosa 4D Magix) ให้คุณได้สัมผัส กับประสบการณ์ชมภาพยนตร์ 4 มิติแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คาร์ลเบิร์ก สกาย ทาวเวอร์ 
รู้สึกเหมือนอยู่ที่สูงหรือเปล่า
เปิด: ทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 – 21.00 น. (เที่ยวสุดท้ายเวลา 20.45 น.)
ซีนีบลาสต์ (Sentosa CineBlast)
เตรียมตัวมันส์กันสุดๆได้แล้ว สัมผัสความสนุกของการบินผ่านยอดเขาที่สูงที่สุด ลุ้นสุดตัวเมื่อลุยผ่านหุบเขาลึกที่สุด และความตื่นเต้นสุดขีดเมื่อถูกโยนลงไปในน้ำสีขาว
เวลาเปิดบริการ: 10.00 – 21.00 น. (เที่ยวสุดท้ายเวลา 20.45 น.) 
ดาวทาวน์ อีส 
ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนที่คุณจะสนุกอย่างไม่รู้จบ นี่คือเมืองแห่งความบันเทิงที่เป็นอิสระในตัวเอง ที่ ดาวทาวน์ อีส จะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้คุณ เช่น อาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 รายการ สิ่งบันเทิงต่างๆ และร้านค้าปลีกที่ขายของเฉพาะทาง
เปิดบริการ: 10.00 ถึง 22.00 น. (วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดราชการและวันหยุดโรงเรียน)
เอสพลานาด - โรงละครบนชายหาด 
เอสพลานาด - โรงละครบนชายหาด เป็นหนึ่งในศูนย์แสดงศิลปะ ที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกแห่ง หนึ่ง เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ตุลาคม 2002 เอสพลานาดเดิมนั้นเปิดในปี 1943 โดยตั้งอยู่บนสวนซึ่งตอนนี้นั้นมีพื้นที่ 2.4 เฮคเตอร์ (ประมาณ 24,000 ตารางเมตร) ริมถนนคอนนอท (Connaught Drive) โดยตั้งอยู่ตรงข้ามซิตี้ ฮอลล์ (City Hall) ในปี 1985 รัฐบาลได้มีโครงการ ที่จะสร้างศูนย์แสดงศิลปะขึ้นในสิงคโปร์ และลงความเห็นว่า เอสพลานาดนั้นเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด เอสพลานาดในรูปแบบเดิมจึงถูกปรับปรุงใหม่ในปี 1991 เพื่อความสวยงามของเขตซิวิค ดิสตริก (Civic District) และเพื่อเป็นศูนย์แสดงศิลปะ 

ขอขอบคุณข้อมูล www.indochinaexplorer.com 

สาธารณรัฐสิงคโปร (Republic of Singapore)

ธงชาติ
ตราแผ่นดิน
แผนที่

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสิงคโปร (Republic of Singapore)
ที่ตั้ง : เปนนครรัฐ ที่ตั้งอยูบนเกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต  ที่ละติจูด 1°17’35″ เหนือ ลองจิจูด 103°51’20″ ตะวันออก  ตั้งอยูทางใตสุดของคาบสมุทรมาเลย  อยูทางใตของรัฐยะโฮรของประเทศมาเลเซีย  และอยูทางเหนือของเกาะรีเยาของประเทศอินโดนีเซีย
พื้นที่ ประกอบดวยเกาะสิงคโปรและเกาะใหญนอยบริเวณใกลเคียง 63 เกาะ มีพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 697 ตารางกิโลเมตร (ประมาณเกาะภูเก็ต)  เกาะสิงคโปรเปนเกาะที่มีขนาดใหญที่สุดมีความยาวจากทิศตะวันตกไปตะวันออกประมาณ 42 กิโลเมตร  และความกวางจากทิศเหนือไปยังทิศใตประมาณ 23 กิโลเมตร
เมืองหลวง : สิงคโปร
ประชากร : 4.35 ลานคน (พ.ศ.2548)  ประกอบดวยชาวสิงคโปร์ 76.5%  ชาวมาเลย 13.8%  ชาวอินเดีย 8.1%
และอื่น ๆ 1.6%
ภูมิอากาศ : รอนชื้น มีฝนตกตลอดป อุณหภูมิเฉลี่ย 26.8 องศาเซลเซียส
ภาษา : ภาษาทางราชการ คือ ภาษามาเลย (ภาษาประจำชาติ)  สิงคโปร์กลาง (แมนดาริน)  ทมิฬ  และอังกฤษ  สิงคโปรสงเสริมใหประชาชนพูด 2 ภาษา โดยเฉพาะสิงคโปร์กลาง ในขณะที่ภาษาอังกฤษเปนภาษาที่ใชในการติดตองานและในชีวิตประจำวัน
ศาสนา : พุทธ 42.5%  อิสลาม 14.9%  คริสต 14.5%  ฮินดู 4%  ไมนับถือศาสนา 25%
สกุลเงิน : ดอลลารสิงคโปร (Singapore Dollar : SGD)
อัตราแลกเปลี่ยน (ซื้อ) 23 บาท/ 1 ดอลลารสิงคโปร  (ขาย) 23.5 บาท/ 1 ดอลลารสิงคโปร (มกราคม 2552)
ระบอบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิบดีเปนประมุข และนายกรัฐมนตรีเปนหัวหนาฝายบริหาร
 * ประธานาธิบดี คือ นายเซลลาปัน รามานาทาน
 * นายกรัฐมนตรี คือ นายลี เซียน ลุง (Lee Hsien Loong) (12 สิงหาคม 2547)

ที่มา : www1.mod.go.th/admm/aseancountry_thai.pdf